ใครอยากผอมยกมือขึ้น!!!! (ยกที่ 1)

มาทำความรู้จักกับไขมันกันเถอะค่ะ ว่าแต่มีใครลดน้ำหนักแล้วเป็นแบบนี้บ้างมั๊ย

– ออกกำลังกายตั้งเยอะ แต่พอหยุดก็อ้วนกลับขึ้นมาเร็วมาก

– อดอาหาร ทรมานจะแย่ แล้วพอกินก็อ้วนเหมือนเดิม

– น้ำหนักน้อยมาก เมื่อเทียบกับสัดส่วน แต่ผิวไม่กระชับหย่อนคล้อย มีเซลลูไลท์  ออกกำลังกายยังไงก็ไม่เห็นจะหายเลย

พอดีแพนได้มีโอกาสไปร่วมงาน Fight the Fat Off ที่สยามพารากอน เห็นข้อมูลดี ๆ จาก Apex เลยอยากมาเล่าต่อ

ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกับไขมันก่อน ว่ามีอะไรบ้าง

ภาพจาก apexprofoundbeauty.com

-ไขมันช่องท้อง (Visceral fat)

เป็นไขมันที่แทรกตัวอยู่ตามอวัยวะภายในร่างกาย และเป็นไขมันตัวสุดท้ายที่ร่างกายจะดึงไปใช้ วิธีการกำจัดมันทิ้ง ก็อย่างเช่น ออกกำลังกาย และต้องควบคุมอาหารไปด้วย

เพราะแพนเคยลองกินแบบตามใจแล้วออกกำลังอย่างหนัก ผลคือไม่พอค่ะ ไม่ทันกัน มันยากมากที่เราจะออกกำลังกายเพื่อจะเบิร์นสิ่งที่กินไปออกมาให้หมด

แพนเคยคำนวนแคลลอรี่ แล้วเบิร์น ต้องเต้น 1 class วิ่ง speed 6.5 ถึง 2 ชั่วโมง ถึงจะเอาออกได้หมด สรุปคือวิ่งไป 2 ชั่วโมง class ไม่ได้เข้า รุ่งขึ้นสลบ หมดเรี่ยวแรง ทำอะไรไม่ได้ แทบจะป่วยไปเลย เพราะมันหนักเกินไปสำหรับร่างกายเรา เพราะฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดที่ควบคู่กำการออกกำลังกายคือ ควบคุมอาหารไปด้วยค่ะ

หากเราออกกำลังกายได้มากกว่าที่กินเข้าไป ก็จะมีผลให้ไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายมีโอกาสลดลงได้ด้วย แต่ต้องออกกำลังกายให้พอเหมาะและถูกวิธี ตามหลักของวิทยาศาสตร์การกีฬานะคะ ถ้าไปไม่ถูกทาง มันจะได้ผลน้อย จะช่วยได้แค่เรื่องหัวใจ แต่ไม่ค่อยช่วยในการลดสัดส่วน สุดท้ายพอนานมากๆเข้า อาจหมดกำลังใจได้ เป็นยังไงเดี๋ยวแพนจะเล่าต่อ ๆ ไปใน blog หน้านะคะ

ข้างบนนี้แพนพูดเรื่องควบคุมอาหาร แต่ไม่แนะนำให้อดอาหารนะคะ รู้ไหมว่าการอดอาหารเนี่ย อันตรายมาก ลองอ่านกระทู้นี้ดูค่ะ “ลบความรู้เก่าๆ แล้วลองทำสิ่งใหม่ๆ “ทานอาหารเยอะแต่ก็ผอมได้” เราไม่อดอาหาร แต่ใช้วิธี “เลือกกิน” แทนค่ะ

หากใครอดอาหาร ทานน้ำน้อย ร่างกายจะดึงกล้ามเนื้อซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยในการเผาผลาญ ยิ่งเรามีกล้ามเนื้อเยอะ ยิ่งเผาผลาญได้เยอะ (วิธีเสริมสร้างกล้ามเนื้อ) แต่หากอดอาหาร กล้ามเนื้อจะถูกดึงไปใช้ก่อน กล้ามเนื้อก็จะลดลง ความสามารถในการเผาผลาญก็จะลดลง พอกลับมาทานอาหารก็จะกลับมาอ้วนอีกอย่างรวดเร็ว อันนี้แพนลองกับตัวแล้ว แทบไม่ทันตั้งตัวเลยค่ะ มาไวเคลมไวมาก ๆ ส่วนน้ำนั้นหากใครอดหรือทานน้อยจนไม่เพียงพอ ร่างกายจะเกิดสภาวะช็อคน้ำค่ะ สุดท้ายคุณจะกลายเป็นคนที่กินน้ำมาก ๆ แล้วตัวบวม มีใครเป็นแบบนี้บ้างมั๊ย บางคนเชื่อว่าเป็นเพราะกินน้ำมากไปจนไม่อยากกินน้ำเลยก็มี

แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันเกิดจากร่างกายช็อค คิดว่าตัวเองจะต้องขาดน้ำ ฉันกำลังจะตายแน่แล้ว เพราะขาดน้ำบ่อยเหลือเกิน ร่างกายไม่ยอมค่ะ ฉันจะสู้ สุดท้ายก็เกิดความกลัวขึ้นมา ดังนั้นเมื่อมีน้ำเข้ามาร่างกายจึงกักตุนน้ำไว้มากกว่าปกติ ไม่ยอมให้เป็นไปตามกลไกลปกติของมัน ตัวเราก็จะบวม ๆ จะว่าไปไขมันตัวนี้อันตรายนะคะ บางคนผอมแต่ไขมันโอเวอร์จนเป็นโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดก็มี ทั้ง ๆ ที่ภายนอกดูผอมมาก แถมยังเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรค ความดัน ภูมิแพ้ หัวใจ เบาหวาน ที่สำคัญทำให้แก่ค่ะ อันหลังนี่แพนว่าน่ากลัวสุด ๆ เลยว่ามั๊ยคะ ฮ่าฮ่า

-ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous fat)

ภาพจาก http://www.ladysquare.com/forum_posts.asp?TID=126864

ภาพจาก http://www.ladysquare.com/forum_posts.asp?TID=126864

ไขมันจะสะสมให้เราได้เห็นกันชัด ๆ เลยที่ใต้ผิวหนัง ช่วงแขน ขา หน้าท้อง สะโพกเป็นต้น ส่วนนี้ดูจะลดง่ายกว่าค่ะ ด้วยวิธีเช่นเดียวกันกับด้านบน แต่คือจะมีเจ้าตัวนึงที่เรียกว่า เซลลูไลท์ หรือผิวเปลือกส้ม ถ้าคำหลังน่าจะได้ยินบ่อย ๆ อันนี้คนผอม ๆ ก็ยังเคยเห็นบ่นถึง (ผอมจะแย่แต่ทำไมขาใหญ่จัง) ยิ่งคนที่อ้วนแล้วผอมลงไปยิ่งหนักเลย (แขน-ขายังใหญ่อยู่เลย ไม่รู้ทำไม) แพนเองก็มีปัญหากับเจ้าตัวนี้เช่นกันค่ะ

นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ไขมันบางส่วน การออกกำลังกาย อาจกำจัดได้ไม่หมด ลองอ่านบทความนี้ จะรู้ว่า การออกกำลังกาย คือการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เสริมสร้างการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น แต่ไขมันในบางส่วน ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดูค่ะ

เอาล่ะค่ะ ในบล็อกนี้ ได้พูดถึงเรื่องราวของไขมัน การควบคุมอาหาร ไขมันชนิดต่างๆ กับการกำจัดไขมันไปแล้ว ในงาน Fight the Fat Off ได้มีการพูดถึงนวัตกรรมในการกำจัดไขมันใต้ชั้นผิวหนัง (Subcutaneous fat) ซึ่งมีหลายวิธี แพนแนะนำให้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจดูว่าไขมันของเราเป็นแบบไหน แล้วควรจะกำจัดด้วยวิธีไหน ลองอ่านในเว็บนี้ดูนะคะ